การใช้ Get Across, Get Over ตัวอย่างประโยค + คำแปลความหมาย

การใช้ Phrasal Verbs; Get Across และ Get Over นอกจากจะแปลว่าข้ามแล้ว ยังสามารถใช้ในความหมายอย่างอื่นได้อีกด้วย เราไปดูการใช้ Phrasal verbs; Get Across, Get Over คำอธิบายความหมายของแต่ละคำพร้อมตัวอย่างประโยคกันได้เลยค่ะ

Get across

Get across = ข้าม, ทำให้บางสิ่งหรือบางคนข้ามบางสิ่ง ตัวอย่างประโยคเช่น

We have to get every one across the bridge before the flood waters rise any more.
เราต้องพาทุกคนข้ามสะพานก่อนที่น้ำจะท่วมสูงขึ้นอีก
It’s foolhardy to try to get your car across the desert without a few gallons of water with you.
มันบ้าระห่ำมากที่จะพยายามขับรถข้ามทะเลทรายโดยไม่มีน้ำสักสองสามแกลลอนติดไปด้วยกับคุณ
We finally got across the river where it was very shallow.
ในที่สุดเราก็ข้ามแม่น้ำตรงที่มันตื้นมาก
Where the water was low, it was easy to get across.
ตรงที่ระดับน้ำต่ำมันสามารถข้ามไปได้ง่าย

Get across = เป็นที่เข้าใจ, ทำให้กระจ่าง, สื่อสารให้เข้าใจ ตัวอย่างประโยคเช่น

I got my point across by giving lots of examples.
ฉันทำให้ประเด็นของฉันกระจ่างได้ด้วยการยกตัวอย่างจำนวนมากมาย
You’ll get your message across if you speak clearly.
เนื้อหาของคุณจะเป็นที่เข้าใจได้ถ้าคุณพูดอย่างชัดเจน
He’s not very good at getting his idea across.
เขาไม่ค่อยเก่งในการสื่อแนวคิดของเขาให้เป็นที่เข้าใจ
Once the teacher was able to get across to the students, the lessons went very well.
เมื่อครูสามารถสื่อสารกับนักเรียนได้ บทเรียนก็ไปได้ดีมาก

Get over

Get over = ข้าม ตัวอย่างประโยคเช่น

How do we get over the river?
เราจะข้ามแม่น้ำไปได้อย่างไร
I want to get over to the other side.
ฉันต้องการข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง
This bridge is too icy; how do we get over?
สะพานนี้ปกคลุมด้วยน้ำแข็งเยอะเกิน เราจะข้ามไปอย่างไร

Get over = ก้าวข้าม(ปัญหา, อุปสรรค, ความยากลำบาก, ฯลฯ), หาทางออกได้ ตัวอย่างประโยคเช่น

We’ve had to get over a lot of technical setbacks, but our new website is finally up and running.
เราต้องผ่านความล้มเหลวทางเทคนิคมากมาย แต่ในที่สุดเว็บไซต์ใหม่ของเราก็เปิดใช้งานได้
We got over the storm, but the flooding that followed was even worse.
เราได้ผ่านพ้นพายุมาได้ แต่น้ำท่วมที่ตามมายิ่งเลวร้ายกว่า

Get over = ควบคุมอารมณ์, ก้าวข้ามความรู้สึก (กลัว, เสียใจ, ฯลฯ) ตัวอย่างประโยคเช่น

The kids never got over their fear of large dogs.
เด็กๆ ไม่เคยเลิกกลัวสุนัขตัวใหญ่ๆ ได้เลย
The beautiful summer weather got me over the sad events of the spring.
อากาศที่สวยงามในฤดูร้อนทำให้ฉันก้าวผ่านเหตุการณ์ที่น่าเศร้าของฤดูใบไม้ผลิไปได้

Get over = หายจากอาการบาดเจ็บ, หายจากการป่วยไข้ ตัวอย่างประโยคเช่น

It took a long time to get over the flu.
ต้องใช้เวลานานกว่าจะหายจากไข้หวัดใหญ่
I’d love to play rugby again, but I’ve been getting over a broken ankle.
ฉันชอบที่จะเล่นรักบี้ได้อีก แต่ฉันกำลังรักษาข้อเท้าที่หักอยู่

Get over = ยอมรับความจริง, เข้าใจความจริง ตัวอย่างประโยคเช่น

I don’t think I’ll ever get over losing my job like that.
ฉันไม่คิดว่าฉันจะรับได้กับการเสียงานไปอย่างนั้นเลย
You need to get over the fact that I’m moving to Indonesia next month.
เธอจำเป็นจะต้องเข้าใจความจริงว่าฉันกำลังจะย้ายไปอินโดนิเซียในเดือนหน้าแล้ว

Get over = ส่งบางสิ่งไปให้บางคน ตัวอย่างประโยคเช่น

Get these papers over to Tanggwa’s office right away.
ส่งเอกสารเหล่านี้ไปที่สำนักงานของแตงกวาในตอนนี้เลย
She needs it now, so try to get it over as soon as you can.
เธอต้องการมันตอนนี้ ดังนั้นพยายามส่งไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

Get over with = ทำภารกิจหรือบางสิ่งที่หนักใจหรือไม่พึงประสงค์สำเร็จ ตัวอย่างประโยคเช่น

Once we get over with the interview, the rest will be easy.
เมื่อเราผ่านการสัมภาษณ์ไปได้ ที่เหลือก็จะเป็นเรื่องง่าย
If you have to have your tooth pulled, you should go to the dentist and get it over with.
หากคุณต้องถอนฟัน คุณควรไปหาหมอฟันและทำให้มันผ่านไปได้ด้วย

ดูเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง
Phrasal verbs; Get In, Get On, Get Out, Get Off ตัวอย่างประโยค
การใช้ Get In, Get On, Get Out of, Get Off กับการขึ้นลงรถ, พาหนะ
Get Up กับ Wake Up ใช้ต่างกันอย่างไร ตัวอย่างประโยค คำแปลความหมาย
หลักการใช้ Phrasal Verbs

ก็ประมาณนี้นะคะสำหรับการใช้ Phrasal Verbs; Get Across, Get Over พร้อมตัวอย่างประโยคและคำแปลความหมาย จะเห็นว่า Phrasal Verbs; Get Across, Get Over สามารถนำไปใช้ในความหมายที่หลากหลายมาก ดั้งนั้นในการแปลความหมายของมัน เพื่อนๆ ต้องดูบริบทของเนื้อหาและประโยคประกอบด้วยนะคะจะได้ไม่ผิดพลาด อย่าลืมเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ