Phrasal verbs; Get In, Get On, Get Out, Get Off ตัวอย่างประโยค

การใช้ Phrasal verbs; Get In, Get On, Get Out, Get Off สามารถใช้ในความหมายที่หลากหลาย เราไปดูตัวอย่างประโยค และคำแปลความหมาย สำหรับ Phrasal verbs; Get In, Get On, Get Out, Get Off ที่ใช้บ่อยกันนะคะ

Get in

Get in = เข้าไปข้างในบางสิ่ง หรือ บางสถานที่ ตัวอย่างประโยคเช่น

I forgot my key, so I can’t get in.
ฉันลืมกุญแจฉันจึงไม่สามารถเข้าไปได้
When did you get in? I didn’t even hear the door open.
คุณเข้ามาเมื่อไหร่ ฉันไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเปิดประตู
Get in the car—I’ll tell you what happened on the way.
ขึ้นรถ – ฉันจะบอกคุณว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง
(เราใช้ get in a car, taxi, van, etc. ที่เป็นพาหนะขนาดเล็ก ดูเรื่อง การใช้ Get In, Get On, Get Out of, Get Off กับการขึ้นลงรถ, พาหนะ)

Get in = มา(ถึง) ตัวอย่างประโยคเช่น

He got in late last night.
เมื่อคืนเขามาสาย

Oh, I got in the office early today.
โอ้… วันนี้ฉันมาถึงสำนักงานเร็ว
What time does your plane get in?
เที่ยวบินของคุณมาถึงกี่โมง?

Get in = สอบเข้าได้ ตัวอย่างประโยคเช่น

I can’t believe I got in to the University of Western Australia!
ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย!
She applied to some really good schools, but with her grades, I’m afraid she won’t get in.
เธอสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีจริง ๆ แต่ด้วยเกรดของเธอ, ฉันกลัวว่าเธอจะสอบไม่ผ่าน

Get in = เข้าร่วม, ได้รับการยอมรับให้เข้าร่วม ตัวอย่างประโยคเช่น

We need to get in on Surachai’s latest money-making scheme!
เราจำเป็นต้องเข้าร่วมโครงการสร้างรายได้ล่าสุดของสุรชัย!
I heard you were a member of that club. Do you think you could get me in?
ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นสมาชิกของสโมสรนั้น คุณคิดว่าจะช่วยให้ฉันเข้าเป็นสมาชิกด้วยคนได้มั๊ย
I’m on the list for tonight’s show, so I can probably get you in, too.
ฉันอยู่ในรายชื่อสำหรับการแสดงของคืนนี้ ดังนั้นฉันอาจจะสามารถรับคุณเข้าได้ด้วย

Get in = บรรลุสถานะหรือเงื่อนไขใดๆ ตัวอย่างประโยคเช่น

I’m trying to get in shape for the wedding, but I hate going to the gym.
ฉันพยายามที่จะทำให้หุ่นดีสำหรับงานแต่งงาน แต่ฉันไม่ชอบการไปโรงยิม
We need to get the whole house in order before grandma gets here.
เราต้องจัดการบ้านทั้งหลังให้เป็นระเบียบก่อนคุณยายมาที่นี่

Get in = จัดการทำบางสิ่งในเวลาที่กำหนด ตัวอย่างประโยคเช่น

The milk truck got six deliveries in before noon.
รถขนส่งนมมาส่งหกครั้งก่อนเที่ยง
The postal carrier got in the entire route before 2:00.
ผู้ให้บริการไปรษณีย์ภัณฑ์ได้ทำการส่งตลอดเส้นทางเสร็จก่อน 2:00 น.

Get in = ประสบกับบางสิ่งโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างประโยคเช่น

I got in trouble for talking during class.
ฉันมีปัญหาจากการคุยกันระหว่างเรียน

Get on

Get on = ขึ้น (bus, train, airplne, etc.) ขึ้นขี่ (horse, bike, motorcycle, etc.) ตัวอย่างประโยคเช่น

I think we need to get on the express train.
ฉันคิดว่าเราต้องขึ้นขบวนรถด่วน (รถไฟด่วน)
The bus was packed, but I was still able to get on.
รถบัสแน่นมาก แต่ฉันก็ยังสามารถขึ้นได้
Once I got the kids on the bus, I was alone for the day.
เมื่อฉันส่งเด็กๆ ขึ้นรถบัส ฉันก็โดดเดี่ยวอยู่ทั้งวัน
(เราใช้ get on a bus, train, airplane, etc. ที่เป็นพาหนะขนาดใหญ่ และ get on a horse, bike, motorcycle, etc.)

Get on = สวมใส่ (เสื้อผ้า) ตัวอย่างประโยคเช่น

I got my coat and hat on and left the dull party.
ฉันใส่เสื้อโค้ทและสวมหมวกแล้วออกจากงานปาร์ตี้ที่น่าเบื่อนั่น
The kids got on their boots and played in the snow.
เด็กๆ สวมรองเท้าบูทแล้วเล่นหิมะ

Get on = เป็นมิตรกัน, เข้ากันได้ดี ตัวอย่างประโยคเช่น

I always got on well with my roommate.
ฉันเข้ากับเพื่อนร่วมห้องได้ดีเสมอ
Our children get on very well together.
ลูกหลานของเราเข้ากันได้ดีมาก

Get on = จัดการได้ดี, ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างประโยคเช่น

She’s getting on very well at school.
เธอประสบความสำเร็จมากที่โรงเรียน (เธอเรียนเก่งมาก)
We’ve been getting on well ever since my husband got a new job.
เราเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่สามีของฉันได้งานใหม่

Get on = เริ่มทำ, ดำเนินต่อไป ตัวอย่างประโยคเช่น

Stop complaining about the work and get on with it.
หยุดบ่นเรื่องงานและทำมันต่อไป
“Can you make 100 copies of this document?” “I’ll get on it right now.”
“ทำสำเนาเอกสารนี้มา 100 ชุดได้มั๊ย” “ฉันจะทำมันเดี๋ยวนี้เลย”
I’ll get right on your request!
ฉันจะทำตามคำขอของคุณ!

Get on = บ่น, จู้จี้ ในบางเรื่องกับบางคน ตัวอย่างประโยคเช่น

I always have to get on the kids about cleaning their rooms.
ฉันต้องบ่นเด็กๆ เสมอเกี่ยวกับการทำความสะอาดห้องของพวกเค้า
Sutee is supposed to empty the trash every day. He didn’t do it, so I will have to get on him.
สุธีควรเอาขยะไปทิ้งทุกวันแต่เขาก็ไม่ทำ ฉันเลยจะต้องบ่นเขา

Get on (without someone or something)= อยู่โดยไม่ต้องมีบางสิ่งหรือบางคน ตัวอย่างประโยคเช่น

I think we can get on without bread for a day or two.
ฉันว่าเราอยู่ได้โดยไม่กินขนมปังสักวันสองวัน
Can you get on without your secretary for a while?
คุณสามารถทำงานโดยไม่มีเลขาสักพักได้มั๊ย?

Get (something) on (someone) = มีสิ่งยืนยันความผิดของบางคน, มีสิ่งที่เหนือกว่าบางคน ตัวอย่างประโยคเช่น

If we want to nail him for fraud, we’ll need to get more on him than a few questionable phone calls.
หากเราต้องการเอาผิดเขาเรื่องฉ้อโกง เราจะต้องหาหลักฐานมากกว่าเรื่องการโทรศัพท์ที่น่าสงสัยเล็กน้อยนั้น
You may think you can beat me, but I’ve got 10 years’ experience on you.
คุณอาจคิดว่าคุณสามารถเอาชนะฉันได้ แต่ฉันมีประสบการณ์ 10 ปีเหนือคุณ

Get on (in years) = อายุมากขึ้น, สูงวัยขึ้น, แก่ตัวลง ตัวอย่างประโยคเช่น

They were both getting on in years.
พวกเขาทั้งสองล้วนกำลังเติบโตขึ้น
My grandparents are getting on in years, so they bought a condominium in Chiang Mai.
คุณปู่คุณย่าของฉันกำลังแก่ตัวลง ดังนั้นพวกเขาจึงซื้อคอนโดมิเนียมไว้ในเชียงใหม่

Get on for = จวน (อายุ, ปริมาณ, เวลา, ฯลฯ) ตัวอย่างประโยคเช่น

It’s getting on for noon, so we’d better eat lunch.
มันใกล้เที่ยงแล้ว เราไปทานอาหารกลางวันกันดีกว่า

Get on to = เข้าใจหรือรู้ในบางสิ่ง, จับผิดได้ ตัวอย่างประโยคเช่น

We eventually got on to the way our landlord was manipulating us.
ในที่สุดเราก็รู้ถึงวิธีการที่เจ้าของที่ดินฉ้อโกงเรา

Get someone on(to) someone or something = ให้ใครบางคนดูแลบางสิ่งหรือบางคน ตัวอย่างประโยคเช่น

Get him onto the injured man in the hall right now.
ให้เขาไปดูแลชายที่ได้รับบาดเจ็บในห้องโถงเดี๋ยวนี้เลย

Get on(to) someone (about something) = เตือนความจำบางคนเกี่ยวกับบางสิ่ง ตัวอย่างประโยคเช่น

I’ll have to get onto Somchai about the deadline.
ฉันจะต้องเตือนสมชายเกี่ยวกับกำหนดเวลา

Get out

Get out = ออกจาก, หนีจาก ตัวอย่างประโยคเช่น

I’m stuck in this terrible job and I can’t get out.
ฉันติดอยู่กับงานที่แย่มากและไม่สามารถลาออกได้
Someone left the door open and the cat got out.
มีบางคนเปิดประตูทิ้งไว้แล้วแมวก็หนีออกไป

Get out of = ลงจากรถ (car, taxi, van, etc.) ตัวอย่างประโยคเช่น

I got out of the car and followed them.
ฉันลงจากรถแล้วตามพวกเขาไป
I got them out of the car just in time.
ฉันนำพวกเขาออกจากรถได้ทันเวลาพอดี

Get out = เอาออกไป ตัวอย่างประโยคเช่น

Can you get this book out? It’s really wedged into place here on the shelf.
คุณช่วยเอาหนังสือเล่มนี้ออกไปได้ไหม มันไม่เหมาะที่จะวางบนชั้นนี้จริงๆ
Were the doctors able to get that shard of glass out of his foot?
หมอสามารถเอาเศษแก้วออกมาจากเท้าของเขาได้มั๊ย?

Get out = นำบางสิ่งออกมาใช้, เปิดบางสิ่งเพื่อใช้งาน ตัวอย่างประโยคเช่น

The students got their notebooks out and began writing.
นักเรียนเปิดสมุดบันทึกและเริ่มเขียน
The reporters got out their equipment and started recording.
ผู้สื่อข่าวนำอุปกรณ์ออกมาและเริ่มอัดเสียง

Get out = เปิดเผยอารมณ์, เปิดเผยความรู้สึก ตัวอย่างประโยคเช่น

If something is bothering you, you should get it out so we can discuss it.
หากมีสิ่งใดกำลังทำให้คุณหนักใจ คุณควรระบายออกมา เพื่อที่เราจะสามารถปรึกษากันได้

Get out = ถูกเปิดเผย, ค้นพบ, ได้รู้ ตัวอย่างประโยคเช่น

Somehow our secret got out.
ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งความลับของพวกเราถูกเปิดเผย
How did word get out? We tried so hard to make sure she didn’t know about the surprise party.
ความลับแตกได้ยังไง? เราพยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่รู้เรื่องเซอร์ไพรซ์ปาร์ตี้นี้

Get out = เปิดเผยออกมา ตัวอย่างประโยคเช่น

We need to get this important information out.
เราจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญนี้ออกมา
Let’s get out the news as quickly as possible.
เราต้องเปิดเผยข่าวนี้ให้เร็วที่สุดที่จะทำได้

Get out = ปล่อย หรือ เผยแพร่ (ผลงาน) ออกมา ตัวอย่างประโยคเช่น

How soon can we get out the next issue of the magazine?
เราจะออกนิตยสารฉบับต่อไปได้เร็วแค่ไหน
The factory got out 5,000 parts just in time.
โรงงานสามารถผลิตชิ้นส่วนได้ทันเวลา 5,000 ชิ้น

Get off

Get off = ลงจาก (horse, bike, motorcycle, etc.), ออกจาก (พาหนะขนาดใหญ่; bus, train, airplane, etc.) ตัวอย่างประโยคเช่น

She got off the horse right away.
เธอลงจากหลังม้าทันที
We’re in the last row, so it’s going to take us awhile to get off the plane.
เราอยู่แถวในสุด มันต้องใช้เวลาสักพักถึงจะออกจากเครื่องบินได้
Let’s get off the train at the next stop.
พวกเราลงรถไฟที่สถานีหน้านะ

Get off = ลุกจาก, เอาตัวออกจากสิ่งที่รองรับหรือจับอยู่ ตัวอย่างประโยคเช่น

I got off my chair and ran down the hall.
ฉันลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปที่ห้องโถง
Get off that ladder before you fall and hurt yourself!
ลงจากบันไดซะก่อนที่เธอจะตกลงมาบาดเจ็บ
Get off the couch and start helping me already.
ลุกจากที่นอนแล้วมาช่วยฉันได้แล้ว

Get off = เอาออกไป (มักใช้กับสิ่งที่วางอยู่) ตัวอย่างประโยคเช่น

Hey, get your feet off the table!
นี่, เอาเท้าของเธอออกไปจากโต๊ะซะ!
Can you get your stuff off my bed?
เอาข้าวของของเธอออกไปจากเตียงฉันได้มั๊ย?
Don’t touch me – get off!
อย่าแตะต้องตัวฉัน เอามือออกไปซะ!

Get off = ออกเดินทาง, จากไป ตัวอย่างประโยคเช่น

What time did they get off?
พวกเขาจะไปตอนกี่โมง
We have to get off early in the morning before the traffic gets heavy.
เราต้องไปแต่เช้าตรู่ก่อนที่การจราจรจะหนาแน่น

Get off = ส่งออกไป เช่นส่งจดหมาย, ส่งข่าว, ฯลฯ ตัวอย่างประโยคเช่น

I got off that letter just in time.
ฉันส่งจดหมายไปทันเวลาพอดี
I’ll get a letter off to you next week.
ฉันจะส่งจดหมายถึงคุณในสัปดาห์หน้า

Get off = ทำให้บางสิ่งถูกปล่อยออกไป เช่น ทำการยิงอาวุธ ตัวอย่างประโยคเช่น

He got off two shots, but the deer fled.
เขายิงออกไปสองนัด แต่กวางก็หนีไปได้
The archer got three arrows off before hitting the bull’s-eye.
นักธนูยิงธนูออกไปสามดอกก่อนที่จะเข้าเป้า

Get off = หนี หรือ รอดพ้น (จากการลงโทษ, อันตราย, ฯลฯ) หรือ ได้รับโทษน้อยลง ตัวอย่างประโยคเช่น

They thought the judge would sentence them harshly, but somehow they got off.
พวกเขาคิดว่าผู้พิพากษาจะตัดสินลงโทษพวกเขาอย่างรุนแรง แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ได้รับการลดโทษ

Get off = เลิกงานหรือจบวันทำงาน/จบกะทำงาน ตัวอย่างประโยคเช่น

If I can get off early tomorrow, I’ll give you a ride home.
พรุ่งนี้ถ้าฉันได้เลิกงานเร็ว ฉันจะไปส่งเธอที่บ้านนะ
(give someone a ride = give someone a lift = take someone to somewhere เป็นสำนวนหมายถึง ไปส่ง)

Get off = ร่ำลาด้วยการจูบหรือสวมกอด ตัวอย่างประโยคเช่น

I’d like to get off with him after the party.
ฉันอยากจะจูบลาเขาหลังจากปาร์ตี้

Get off = หยุดใช้อุปกรณ์เช่นโทรศัพท์, คอมพิวเตอร์, ฯลฯ ตัวอย่างประโยคเช่น

Can you get off the phone, please? I need to use it urgently.
ช่วยวางสายโทรศัพท์ก่อนได้มั๊ย ฉันจำเป็นต้องใช้มันด่วนเลย

ดูเรื่อง การใช้ Get In, Get On, Get Out of, Get Off กับการขึ้นลงรถ, พาหนะ

ดูเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง
การใช้ Get Across, Get Over ตัวอย่างประโยค + คำแปลความหมาย
Get Up กับ Wake Up ใช้ต่างกันอย่างไร ตัวอย่างประโยค คำแปลความหมาย
หลักการใช้ Phrasal Verbs

เพื่อนๆ จะเห็นได้ว่าการใช้ Phrasal verbs; Get In, Get On, Get Out, Get Off นั้นสามารถใช้ในความหมายที่หลากหลายมาก ตัวอย่างประโยคและคำแปลความหมายข้างต้นเป็นการใช้ Phrasal verbs; Get In, Get On, Get Out, Get Off ที่เราพบเจอกันได้บ่อยๆ ทั้งในการสอบและในชีวิตจริงนะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ